โทนี่ รากแก่น รักที่มีให้ “แก้ว” ใช้ความรู้สึกนำทาง วันนี้เจอแล้วคนที่ใช่

โทนี่ รากแก่น รักที่มีให้ แก้ว จริญญา ใช้ความรู้สึกนำทาง วันนี้เจอแล้วคนที่ใช่ จริงจังถึงขั้นแต่งงาน

โทนี่ รากแก่น และ แก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที เมื่อเพื่อนซี้เด็กแนว โพสต์ข้อความลงบนอินสตาแกรม ขอขยับสถานะจากคนรู้จักไปเป็นคนรู้ใจต้อนรับวันวาเลนไทน์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีภาพหลุดขณะที่ทั้งคู่เดินกุมมือกันในต่างประเทศ ออกมากระตุ้นต่อมสงสัยอยู่เป็นระยะ

โทนี่

โดยล่าสุดขณะที่ โทนี่ รากแก่น เดินทางมาร่วมงานแถลงข่าวรายการ The Face Thailand Season 5 เจ้าตัวก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ พร้อมกับยอมรับว่า รู้สึกดีกับฝ่ายหญิงมาได้สักระยะแล้ว ก่อนที่จะตัดสินใจให้ความรู้สึกนำทาง และขอเป็นแฟนอย่างเป็นทางการในวันแห่งความรัก

ความสัมพันธ์ของเรากับแก้วสิ้นสุดทางเพื่อนตั้งแต่ตอนไหน ทำไมถึงตัดสินใจเปิดตัวในวันวาเลนไทน์ ?
“ก็…เป็นอย่างนั้นเลยครับ เป็นอย่างที่ภาพเล่าเรื่อง (ยิ้ม) คือผมรู้สึกว่าผมเจอคนที่ใช่ มันก็แค่นั้นเลย”

อยากให้เราอธิบายเพิ่มเติมอีกสักนิดหนึ่งว่าเราไปพัฒนาความสัมพันธ์กันตอนไหน ?
“ผมรู้สึกว่าเราโชคดีที่เราเป็นเพื่อนกันมาก่อน มันเลยทำให้เราได้เห็นมุมที่แต่ละคนไม่ได้เก๊กใส่กัน อย่างถ้าสมมติเวลาเราจะเข้าไปจีบใครสักคน เราคงแสดงแต่มุมที่ดีๆ ออกมา ซึ่งผมกับแก้วเราเริ่มมาจากการเป็นเพื่อน เราเลยได้เห็นกันทุกมุมมอง จนกระทั่งวันหนึ่งผมได้เรียนรู้ว่าการใช้ชีวิตคนเดียวหรือการไม่มีใครมันเป็นยังไง คือมันทำให้เราได้เรียนรู้มากๆ ครับ”

ทำไมเราถึงตัดสินใจที่จะเปิดตัวกันในวันวาเลนไทน์ ?
“เราไม่ได้เลือกอะไรเป็นพิเศษครับ เราแค่รู้สึกว่าเราอยากใช้ชีวิต เอาตรงๆ เลยนะคือผมรู้สึกว่าอยากใช้ชีวิตแล้ว เราเจอแล้ว ก็แค่นั่นเอง”

เราบอกว่าก่อนหน้านี้เป็นเพื่อนกันมานาน แล้วความรู้สึกมันเปลี่ยนไปตอนไหน ?
“จริงๆ ก็ไม่นานหรอกครับ แต่ก็อย่างที่บอก ด้วยความที่ผมได้เจอกับเขาในมุมมองที่มันสด คือเป็นคนจริงๆ ที่ไม่ได้มีความเป็นดารา เป็นตัวตนของเขามากๆ รวมถึงเรื่องการเดินทางที่ทำให้เราได้เรียนรู้กัน และทำให้ผมรู้สึกว่าอยากเดินทางกับคนนี้ไปเรื่อยๆ”

เราขอเขาเป็นแฟนนานแล้วหรือว่าขอเมื่อวาน (14 ก.พ.) แบบสดๆ ร้อนๆ ?
“ไม่เชิงครับเอา จริงๆ ผมรู้สึกว่าคำว่าแฟนมันเด็กไปสำหรับผมด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้อายุผมก็ไม่ใช่จะน้อยๆ แล้วด้วย ผมก็เลยอยากจะบอกตรงๆ ว่า ผมเจอคนที่ใช่ ก็เท่านั้นเอง”

แสดงว่าเรามองอนาคตไว้แล้วเหมือนกัน ?
“เอ่อ…ก็มองครับ”

ที่บอกว่ามองนี่หมายถึงมีการคุยกันแล้วใช่ไหมเรื่องการใช้ชีวิต ?
“ก็…ไม่ (หัวเราะ) คือ…ยังไม่กล้าคุยขนาดนั้นครับ เพราะผมเองก็เคยมีประสบการณ์เรื่องความรักมาก่อน ดังนั้นมันจึงจำเป็นที่เราจะต้องใช้เวลาหลายๆ อย่างเรียนรู้กันไป แต่ถ้าถามในมุมของความรู้สึกของผม ผมก็รู้สึกว่าผมมองไปไกลมากครับ”

ตอนที่เราตัดสินใจว่าจะบอกความรู้สึกจริงๆ กับเขา บรรยากาศตอนนั้นเป็นยังไง ?
“เราก็ต้องหน้าด้านนิดหนึ่งครับ (หัวเราะ) เพราะผมก็กลัวเหมือนกัน เนื่องจากเขามองผมเป็นเพื่อน และผมก็ไม่ได้อยากจะเสียความรู้สึกตรงนั้นไป แต่ในเมื่อผมรู้สึกกับเขามากกว่านั้น ผมก็เลยอยากจะบอกกับเขาตรงๆ ซึ่งผมคิดว่ามันน่าจะเป็นอะไรที่ดีที่สุด แต่ตอนนั้นเขาก็ถามผมกลับมานะว่า ‘คิดดีแล้วเหรอ’ ผมก็เลยบอกเขาไปว่า ‘ผมไม่ได้คิด แต่ผมรู้สึก’ เท่านั้นเองครับ”

ก่อนหน้านี้ที่คนเคยสงสัยว่าเรากำลังกิ๊กกันอยู่หรือเปล่า ตอนนั้นเราเป็นเพื่อนกันจริงๆ ใช่ไหม ?
“ตอนนั้นเราเป็นเพื่อนกันจริงๆ ครับ ผมพูดตรงๆ ว่ามันไม่มีอะไรเลย และก็อย่างที่ผมเคยบอกว่ามันจะไม่มีทางพัฒนา เพราะตอนนั้นผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ”

แสดงว่าเราเริ่มรู้สึกดีกับเขามาตั้งนานแล้วถูกไหม แต่ไม่ได้คิดว่าจะมีการพัฒนา ?
“บอกตรงๆ ครับ ตอนนั้นคือเราเป็นเพื่อนกัน โครตเป็นเพื่อนเลย”

หลังจากที่เปิดตัวว่าคบกันแล้วรู้สึกสบายใจขึ้นไหม ?
“จริงๆ เราก็ไม่ได้คิดจะปิดนะครับ เพราะเราก็ปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ยิ่งถ้าเป็นคนใกล้ตัวผมก็จะรู้และก็เข้ามายินดีด้วย เพราะเขารู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือสิ่งที่ดี และผมเองก็รู้สึกได้ว่าสภาวะจิตใจผมดีขึ้น ร่างกายผมดีขึ้น ซึ่งแค่นั้นมันก็น่าจะเพียงพอแล้วไม่ต้องอะไรอีก”

เราคาดหวังมากน้อยแค่ไหนกับความรักครั้งนี้ ?
“ส่วนตัวผมเองตอนนี้ผมรู้วิธีแล้วว่าผมจะอยู่กับความรักยังไง ส่วนเรื่องความคาดหวังจะเป็นยังไงนั้นมันอยู่ที่ตัวเรา เพราะเรื่องของความสัมพันธ์มันคือการนำ 50 เปอร์เซ็นต์ของแต่ละคนมาแชร์กัน ซึ่งถ้าหากเราทำแบบนี้ไปเรื่อย มันก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรครับ”

คนนี้เป็นคนที่ใช่แล้ว แต่งงาน เป็นแม่ของลูกเราเลย ?
“(ยิ้ม) ผมคิดว่าใช่ครับ”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *