ปั้นจั่น ปรมะ ขอโทษออกสื่อดราม่าแฮชแท็ก #อยากแปลกไม่เเดกคนละครับ

ปั้นจั่น ปรมะ ขอโทษออกสื่อกรณีดราม่าแฮชแท็ก #อยากแปลกไม่เเดกคนละครับ จดจำไว้เป็นบทเรียน

ปั้นจั่น ปรมะ ขอโทษออกสื่อสืบเนื่องจากกรณีดราม่าหลังจากที่รายการ มาสเตอร์เชฟประเทศไทย ซีซั่น 3 ใช้วัตถุดิบ “ปลากระเบน” เป็นโจทย์แข่งขันในรอบความคิดสร้างสรรค์ จนมีผู้ชมบางส่วนมองว่า ปลากระเบน เป็นสัตว์ทะเลหายาก ควรอนุรักษ์ไว้

ปั้นจั่น ปรมะ

ซึ่งหนึ่งในนักแสดงที่ร่วมแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ด้วยก็คือ ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย โดยการโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมแฮชแท็ก #อยากแปลกไม่เเดกคนละครับ จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล

ล่าสุด ปั้นจั่น ปรมะ ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกถึงเรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้น โดยเจ้าตัวได้เผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนในชีวิต ทำให้ตัดสินใจว่าจะไม่แสดงความคิดเห็นเรื่องใดๆ ก็ตามผ่านทางโซเชียลอีกแล้ว พร้อมขอโทษทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ ยืนยันเจตนาไม่ได้ต้องการจะดิสเครดิตหรือว่าร้ายให้กับใคร

“หลังจากที่โพสต์ไปแล้วแล้วเกิดกระแสในโซเชียลก็ยังไม่ได้มีโอกาสพูดนะครับ ปั้นจั่นเองก็ยังไม่ได้เขียนหรือตอบอะไรใคร เพราะรู้ว่าเดี๋ยวต้องมีงานและเจอพี่ๆ มาสัมภาษณ์จะได้ตอบทีเดียวเลย ก่อนอื่นเลยแล้วกันผมต้องขอโทษด้วยสำหรับแฮชแท็กที่อาจจะทำให้ไปกระทบความรู้สึกของแฟนๆ รายการ รวมถึงผู้เข้าแข่งขัน หรือคณะกรรมการผู้มีคุณวุฒิทั้งหลาย”

“บอกด้วยความจริงใจเลยว่า ตอนที่เขียนไม่ได้มีเจตนาจะไปก้าวล่วงหรือทำให้รู้สึกไม่ดี หรือต่อว่านะครับ มันเหมือนเวลาเราเขียนแฮชแท็กมันก็ต้องทำให้เป็นแฮชแท็กที่ดูน่าสนใจ ผมต้องขอโทษด้วยที่อาจจะคิดน้อยไปหน่อย และใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม อันนี้ก็เป็นบทเรียนในการที่ทำให้ผมเล่นโซเชียลคงต้องระวังมากกว่านี้ครับ และจะไม่ใช้คำหยาบคายที่จะทำให้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนอื่นแบบนี้อีกแล้ว แต่โดยส่วนตัวในเรื่องของสิ่งที่ผมพูดไป ผมก็พูดจากใจจริงๆ”

“ใครจะเชื่อหรือคิดว่าเป็นข้อแก้ตัวก็ได้นะครับ แต่ผมต้องพูดตรงๆ ว่าไม่ได้แก้ตัว ตัวผมเองติดตามรายการมาตั้งแต่ซีซั่นแรกแล้วครับ แต่ซีซั่นนี้ไม่ได้ดู ปกติผมจะตามดูในยูทูป ไม่ทราบจริงๆ ว่าเป็นของช่องไหน ซึ่งพอผมเห็นข่าวผมก็รู้สึกว่ามันสะเทือนใจผม เพราะผมเองเป็นคนที่รักธรรมชาติ และชอบท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยครับ”

ตกใจไหม พอมีกระแสกลับมาแรงมากขนาดนี้ ?

“ผมก็ตกใจนะครับ เพราะจากเรื่องหนึ่งสำหรับผมแล้วกลายเป็นเรื่องที่ผมไปดิสเครดิตช่องหนึ่ง ผมพูดตรงๆ ว่า เราอยู่ในวงการเดียวกัน ผมทราบดีเรื่องของมารยาท และไม่เคยคิดว่าช่องไหนจะมานั่งดิสเครดิตกัน ผมทำงานกับทุกที่ และผมก็รู้จักกับผู้ใหญ่ในสาขาต่างๆ ไม่เคยคิดเลยว่าจะส่งผลกระทบ ที่สำคัญมันไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กับตัวผมคนเดียว แต่ส่งไปถึงคนที่อยู่รอบตัวผม ยังไงผมต้องขอโทษ และขอให้ทุกคนเข้าใจผมด้วยในสิ่งที่ผมทำไป ให้อภัยผมด้วย และไม่อยากให้ไปถามหรือหาอะไรก็แล้วแต่กับคนอื่น ถ้ามีอะไร ขอให้มาที่ผมแล้วกัน ให้ผมเป็นคนพูด ให้ผมเป็นคนอธิบาย เพราะคนอื่นไม่เกี่ยวข้องกับการที่ผมลงครั้งนี้”

พอเราโพสต์ข้อความดังกล่าว ก็มีคนไปขุดคุ้ยเรื่องในอดีตกับสิ่งที่เราเคยทำ อย่างเช่น เป็นคนเคยพาไปชิมหูฉลาม ?

“ต้องบอกว่ารายการนั้นที่เอาออกมา เป็นเทปส่งมาจากญี่ปุ่น สำหรับตัวผมเองเป็นเหมือนคนแค่บอกเล่า ไม่ได้ไปชิม แต่ถามว่าปั้นจั่นเองเคยรับประทานหูฉลามหรือเปล่า ผมเชื่อว่า 90 เปอร์เซ็นต์ คนในเอเชียเคยทานหูฉลามกันหมด ซึ่ง ณ วันนั้นเราคงทาน แต่ ณ วันนี้เราหยุดทานแล้ว เหมือนคนที่เคยกินเนื้อและมาหยุดกินเนื้อ ผมก็ต้องขอโทษแล้วกัน”

“มันเป็นวิจารณญาณของแต่ละคนด้วยว่าจะหยุดหรือจะกิน เราไม่สามารถไปห้ามใครได้ แค่บอกต่อและรณรงค์ ถ้าเขาไม่เลิกมันก็ไม่ใช่ความผิด เพราะมันยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่ถูกปกป้องและไม่ได้อยู่ใน พรบ.คุ้มครอง สำหรับตัวผมเอง ผมก็ไม่กล่าวโทษใครทั้งนั้น สิ่งที่ผมทำไปไม่ได้มีเจตนาที่จะไปสื่อให้ใครเสียความรู้สึก แต่สำหรับตัวผมเองที่เป็นคนรักสัตว์แล้ว พอพูดถึงเรื่องนี้เราก็จะรู้สึกสะเทือนใจและกระทบจิตใจค่อนข้างมากครับ”

พอกระแสด้านลบตีกลับมาที่เรา เรารู้สึกอย่างไรบ้าง ?

“ก็มีเครียดนะ จะบอกว่าไม่เครียดเลยก็ไม่ได้สำหรับทุกคอมเมนต์ หลายคนบอกว่าไม่ให้อ่านเลย แต่สำหรับตัวผมเองก็อดไม่ได้ที่จะเปิดอ่าน คือผมต้องอ่านเพื่อให้ผมจำ พอจำแล้วก็จะได้นำมาเป็นบทเรียนว่าต้องปรับปรุงแก้ไขยังไง และเรื่องแบบนี้คงจะไม่เกิดขึ้นอีกในชีวิตของผม กล้ารับปาก เพราะผมจะไม่ไปแตะต้องอะไรกับในโซเชียลอีกแล้ว มันเซนซิทีฟ และบางทีข้อความที่อยากสื่อออกไปมันอาจจะถูกตีความหมายได้เป็นสิบ ยี่สิบ ร้อย พันความหมายอย่างที่มันเกิดขึ้น ผมไม่รู้เลยว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหน แต่ ณ วันนี้ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ และมันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วครับ”

จากนี้เวลาจะโพสต์อะไรต้องคิดให้มากขึ้นใช่ไหม ?

“ณ วันนี้ตัดสินใจแล้วครับ เราจะไม่วิจารณ์อะไรใดๆ มันอาจจะเป็นบทเรียนที่เราเพิ่งแก้ไข ผมเองก็อยู่วงการมานาน เดินก็ระวังในทุกฝีก้าว แต่คงจะระวังไม่พอ ครั้งนี้คงจะเข้าใจอะไรทุกอย่างแล้วครับ และจากนี้จะทำอะไรก็ทำกับตัวเองนี่แหละครับ คงไม่เข้าไปก้าวก่ายในส่วนของใครแล้วทั้งสิ้น”

ทางผู้ใหญ่ได้มีการเข้ามาถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นบ้างไหม ?

“หลักๆ แล้วคนที่อยู่ในวงการและพี่ๆ รอบตัวเข้าใจเจตนาสำหรับคนที่รู้จักผมนะครับ ก็ไม่มีอะไร ก็ให้กำลังใจครับ เพราะเขารู้ถึงเจตนามากกว่า ผมเองไม่ได้มีเจตนาก้าวล่วงหรือไปพูดเสียดสี หรือไปให้รายการ หรือผู้ใหญ่ในรายการทั้งสิ้น เพราะผู้ใหญ่ก็เป็นผู้ใหญ่ที่ผมเคารพและติดตามผลงานมาตลอด ตอนที่ผมโพสต์ผมไม่คิดว่าจะกระทบถึงผู้ใหญ่สักคนเลยจริงๆ แต่ด้วยความที่ผมอาจจะคิดน้อยไปก็ต้องขอโทษจริงๆ ครับ”

พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้จะพักเล่นโซเชียลไปสักพักเลยไหม ?

“คงไม่ครับ คงใช้ชีวิตแบบปกติ สิ่งที่ผมโพสต์ไปผมต้องบอกตรงๆ ว่าคงจะไม่ลบอะไรทั้งสิ้น เพราะผมรู้สึกว่าอยากเก็บไว้เป็นบทเรียนให้กับตัวเอง”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *